กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์เพิ่งเผยแพร่ข้อมูลการส่งออกไทยในช่วงสองเดือนแรกของปี 2026 ซึ่งเป็นสัญญาณเบื้องต้นของไตรมาสแรก ตัวเลขเหล่านี้สำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากการส่งออกคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 60 ของ GDP ไทย ทิศทางการส่งออกจึงมีผลโดยตรงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพของค่าเงินบาท
ในช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ 2026 การส่งออกไทยมีมูลค่ารวม 49,873 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 จากช่วงเดียวกันของปี 2025 ซึ่งถือว่าดีกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 3.2 การส่งออกที่ขยายตัวได้ดีกว่าคาดนี้มาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งการเร่งสั่งสินค้าล่วงหน้าก่อนมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐจะมีผล และความต้องการสินค้าจากอาเซียนที่ยังแข็งแกร่ง
สินค้าส่งออกหลักและมูลค่าไตรมาสแรก
รถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ยังคงเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของไทยด้วยมูลค่า 8,920 ล้านดอลลาร์ในสองเดือนแรก เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.1 โดยตลาดหลักคือออสเตรเลีย อาเซียน และตะวันออกกลาง รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในไทยเริ่มมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันคิดเป็นร้อยละ 8 ของการส่งออกรถยนต์ทั้งหมด
เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อยู่ในอันดับสอง มูลค่า 7,640 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.3 สูงที่สุดในบรรดาสินค้าส่งออกหลัก อานิสงส์มาจากความต้องการชิปและอุปกรณ์ AI ที่พุ่งสูงในตลาดโลก โดยเฉพาะจาก AI Data Center ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางมีมูลค่า 3,210 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 2.8 ราคายางธรรมชาติในตลาดโลกยังคงผันผวนตามปริมาณฝนในพื้นที่ผลิตหลักและความต้องการจากจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุด ผลิตภัณฑ์อาหารและอาหารแปรรูปมีมูลค่า 5,980 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 โดยข้าว ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และอาหารทะเลยังคงเป็นสินค้าหลัก
เครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรมส่งออกได้ 4,180 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.2 ส่วนใหญ่ไปตลาดอาเซียนที่ยังมีการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและพลาสติกมีมูลค่า 3,890 ล้านดอลลาร์ ลดลงร้อยละ 1.2 เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ต่ำกว่าปีก่อนกดดันราคาขาย
ตลาดส่งออกและผลกระทบจากความไม่แน่นอนโลก
จีนยังคงเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของไทยด้วยสัดส่วนร้อยละ 12.8 ตามมาด้วยสหรัฐอเมริการ้อยละ 11.3 กลุ่มอาเซียนรวมร้อยละ 28.4 สหภาพยุโรปร้อยละ 9.7 และญี่ปุ่นร้อยละ 7.2 ที่เหลือเป็นตลาดอื่นๆ ร้อยละ 30.6
นโยบายภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นในปี 2026 สร้างความไม่แน่นอนสำคัญ ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่สหรัฐขาดดุลการค้ามาก และมีความเสี่ยงที่จะถูกเรียกเก็บภาษีพิเศษเพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์ประเมินว่าหากสหรัฐขึ้นภาษีสินค้าไทยร้อยละ 10 จะกระทบการส่งออกไทยไปสหรัฐลดลงประมาณ 1.8-2.4 พันล้านดอลลาร์ต่อปี
อย่างไรก็ดี ความตึงเครียดการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังสร้างโอกาสให้ไทย เนื่องจากนักลงทุนจากหลายประเทศมองไทยเป็นฐานการผลิตทดแทนที่น่าสนใจ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา มีบริษัทต่างชาติกว่า 150 บริษัทย้ายหรือขยายฐานการผลิตมาไทย ซึ่งจะส่งผลบวกต่อการส่งออกในระยะกลาง
ค่าเงินบาทที่อยู่ในระดับ 34-35 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงต้นปี 2026 ถือว่าช่วยสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าส่งออกไทย แม้ว่าจะเพิ่มต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าการส่งออกไทยทั้งปี 2026 จะเติบโตร้อยละ 4-6 หากสถานการณ์การค้าโลกไม่เลวร้ายไปกว่าที่คาดการณ์ ตัวเลขเหล่านี้จะชัดเจนขึ้นเมื่อข้อมูลครบไตรมาสแรกในช่วงกลางเดือนเมษายนนี้