ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงที่สุดในโลก ทั้งที่มีการรณรงค์และออกมาตรการความปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขสถิติที่องค์การอนามัยโลก กรมทางหลวง และศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนนรวบรวมในปี 2026 ยังคงเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ทุกภาคส่วนไม่ควรมองข้าม
ในปี 2025 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 19,842 คน หรือเฉลี่ยวันละ 54 คน แม้จะลดลงร้อยละ 3.2 จากปี 2024 แต่ยังสูงกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ภายใต้แผน Decade of Action for Road Safety 2021-2030 ขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งต้องการลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2030 อย่างมีนัยสำคัญ
ตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากข้อมูลปี 2025-2026
นอกจากผู้เสียชีวิต ยังมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีกประมาณ 170,000 คนต่อปี และบาดเจ็บเล็กน้อยอีกกว่า 1.2 ล้านครั้ง ค่าใช้จ่ายรวมจากอุบัติเหตุทางถนน ทั้งค่ารักษาพยาบาล การสูญเสียผลผลิต และความเสียหายต่อทรัพย์สิน ประมาณการอยู่ที่ 5.3 แสนล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 2.9 ของ GDP
ช่วงเทศกาลที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดคือเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2025 (7 วันอันตราย) มีผู้เสียชีวิต 341 คน บาดเจ็บ 3,249 คน แม้จะลดลงจากปี 2024 ที่มีผู้เสียชีวิต 377 คน แต่ตัวเลขยังสูงเกินกว่าที่ยอมรับได้ในมาตรฐานสากล
จังหวัดที่มีอุบัติเหตุสูงสุด 5 อันดับแรกในปี 2025 ได้แก่ เชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น นครสวรรค์ และสุราษฎร์ธานี โดยถนนสายหลักระหว่างจังหวัดและถนนในพื้นที่ชนบทมีอัตราอุบัติเหตุสูงกว่าในเมืองใหญ่ ทั้งที่ปริมาณจราจรต่ำกว่า
สาเหตุหลักและกลุ่มเสี่ยง
ข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษและสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุสาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนนในไทยปี 2025 ดังนี้ ขับเร็วเกินกำหนดร้อยละ 41.8 เมาแล้วขับร้อยละ 28.6 ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ร้อยละ 11.3 ง่วงหลับในร้อยละ 9.2 และสาเหตุอื่นๆ ร้อยละ 9.1
รถจักรยานยนต์ยังคงเป็นยานพาหนะที่เกี่ยวข้องในอุบัติเหตุมากที่สุด ผู้เสียชีวิตที่เป็นผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารรถจักรยานยนต์คิดเป็นร้อยละ 74 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด ในขณะที่รถจักรยานยนต์มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 52 ของยานพาหนะทั้งหมดบนท้องถนน สะท้อนให้เห็นว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์มีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ขับขี่ยานพาหนะอื่นอย่างมีนัยสำคัญ
กลุ่มอายุที่มีความเสี่ยงสูงสุดคือวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้นอายุ 15-29 ปี ซึ่งมีสัดส่วนผู้เสียชีวิตถึงร้อยละ 32 ทั้งที่มีสัดส่วนประชากรเพียงร้อยละ 22 อัตราการสวมหมวกนิรภัยในกลุ่มนี้ยังต่ำกว่ากลุ่มอายุอื่น โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่การบังคับใช้กฎหมายยังไม่เข้มงวดเพียงพอ
การดื่มแล้วขับเป็นปัญหาเรื้อรัง ผลสำรวจพบว่าร้อยละ 23 ของผู้ขับขี่ที่ถูกตรวจวัดในช่วงเทศกาลมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แม้ว่าบทลงโทษจะรุนแรงขึ้นในช่วงหลัง
มาตรการและแนวทางแก้ไข
กรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินโครงการ "ถนนอัจฉริยะ" ติดตั้งกล้อง AI ตรวจจับความเร็วและพฤติกรรมเสี่ยงบนถนนสายหลัก 15 เส้นทางในปี 2026 เบื้องต้นพบว่าสามารถลดความเร็วเฉลี่ยของรถได้ร้อยละ 18 และลดอุบัติเหตุในพื้นที่ทดลองได้ร้อยละ 24
องค์การอนามัยโลกประเมินว่าหากไทยสามารถบังคับใช้กฎหมายสวมหมวกนิรภัยได้อย่างสมบูรณ์ร้อยละ 100 จะลดผู้เสียชีวิตได้ปีละ 4,000-5,000 คน การลงทุนในระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมและสะดวกสบายยิ่งขึ้นเป็นอีกแนวทางระยะยาวที่ผู้เชี่ยวชาญเห็นพ้องกัน เพื่อลดการพึ่งพารถจักรยานยนต์ในชีวิตประจำวัน ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่คือชีวิตของคนที่ใครบางคนรักซึ่งสูญเสียไปบนท้องถนนทุกวัน